top of page

สร้างทักษะแห่งอนาคตด้วย Mekerspace

อัปเดตเมื่อ 24 ธ.ค. 2566


“If we teach today’s students as we taught yesterday, we rob them of tomorrow.” John Dewey หมายถึง ถ้าเราสอนนักเรียนในเรื่องที่เราสอนไปเมื่อวาน เรากำลังปล้นวันเวลาแห่งอนาคตของนักเรียน

ประโยคข้างต้นต้องการที่จะสื่อสาร โลกมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ใหญ่หรือคุณครูไม่สามารถที่จะสอนในสิ่งที่ผู้ใหญ่เคยรับรู้มาก่อน เพราะเด็กๆ ต้องเติบโตและใช้ชีวิตในโลกอนาคตแล้ว เพราะฉะนั้นห้องเรียนจะต้องแตกต่างไปจากเดิม ซึ่งมีโรงเรียนในประเทศไทยมากมายที่มีรูปแบบแตกต่างออกไป คือ นักเรียนเป็นคนลงมือปฏิบัติเอง (Hands-on) หรือมีการจัดโต๊ะแตกต่างออกไป มีการนั่งเป็นกลุ่มมากขึ้น เป็นต้น

  • Maker Ed (Education) คืออะไร

Maker Education ประกอบด้วยไปวงกลมการสร้างการเรียนรู้ 3 วงซ้อนกัน ได้แก่

  1. Approach หมายถึง Hands on (การลงมือทำ), Leaner Choice and Voice (เสียงและการให้อิสระนักเรียนได้เลือก). Real World (โลกจริง), Skill Building (การสร้างทักษะ)

  2. Mindset หมายถึง Growth Mindset (ความคิดแบบเติบโต), Sense of agency (นักเรียนเป็นเจ้าของการเรียนรู้ด้วยตัวเอง), Creativity (ความคิดสร้างสรรค์) , Resilience (ความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค)

  3. Community หมายถึง Collaborative (การทำงานร่วมกับผู้อื่น), Opening sharing (เปิดรับการแลกเปลี่ยน), Community Learning (การเรียนรู้ร่วมกันเป็นชุมชนการเรียนรู้)

  • ทำไม Maker Ed จึงเหมาะสมกับยุค AI ?

เพราะ Maker Education ส่งเสริมให้นักเรียนกลายเป็น ‘นักสร้างสรรค์’ ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่เป็นผู้รับเท่านั้น

โดยในทฤษฎีการเรียนรู้แบบพีระมิดได้แสดงให้เห็นว่า หากผู้เรียนเรียนรู้ด้วยวิธีการ Maker Ed จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในขั้นลึกซึ้ง (Deep Learning) เพราะการเรียนรู้ Maker Ed ได้ใช้วิธีการของการเรียนรู้แบบวิทยาศาสตร์ (Learning Sciences) เช่นเดียวกับในมุมมองของการสร้างพลเมืองโลกที่ดีขึ้น (Civic Respoinsibility)

  • Maker Education ตอบโจทย์ Top Skills of 2027 จาก World Economic Forum

งานวิจัยของ World Economics Forum กล่าวไว้ว่าทักษะที่ต้องการมากที่สุดในปี 2027 โดยเรียงตามลำดับดังนี้

  1. Analytical thinking

  2. Creative thinking

  3. Resilience, Flexibility and Agility

  4. Motivation and Self-awareness

  5. Curiosity ad Lifelong learning

  6. Technological literacy

  7. Dependability and attention to detail

  8. Empathy and active Listening

  9. Leadership and social influence

  10. Quality control

ซึ่งจะเห็นได้ว่า Maker Education ช่วยส่งเสริม 2 ทักษะในลำดับแรก

  • Creative confidence คืออะไร

มันอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับคุณครูที่จะทดลองวิธีการสอนแบบใหม่ เพราะเราคุ้นชินกับการสอนที่มีวิธีการหนึ่งเดียว หรือมีคำตอบเดียวเท่านั้น และนักเรียนก็ยังไม่คุ้นชินกับการคิดนอกกรอบ เพราะต้องรอคำสั่งจากครูตลอดเวลา เพราะฉะนั้นวิธีการที่จะช่วยให้นักเรียนคิดนอกกรอบได้ คือ การให้โจทย์ และหยุดให้คำตอบ เมื่อนั้นการเรียนรู้ของนักเรียนจะเกิดขึ้น

  • ประโยชน์ของ Maker Education

  1. เป็นพื้นที่ให้นักเรียนได้ฝึกทักษะความคิดสร้างสรรค์

  2. เป็นพื้นที่ให้นักเรียนได้เลือกฝึกทักษะที่หลากหลาย เช่น การโค้ดดิ้ง (coding), ทักษะเกี่ยวกับวงจรไฟฟ้า (electronics), การเย็บต่างๆ (sewing)

  3. เป็นพื้นที่ส่งเสริมทักษะของความเป็นมนุษย์ เช่น การเห็นอกเห็นใจ (empathy), aesthetic (ความปราณีต), ethics (จริยธรรม)


ดู 8 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page