บทบาทที่เปลี่ยนแปลงของครูในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในห้องเรียน
- FutureEd Fest

- 6 ก.ย. 2568
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 17 ก.ย. 2568
เมื่อห้องเรียนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนบทบาทของครู และการเรียนรู้อย่างสิ้นเชิง วันนี้เราจึงจะมาพูดคุยในหัวข้อ บทบาทที่เปลี่ยนแปลงของครูในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในห้องเรียน กับ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน จากรายการ "Host of 8 Minute History และ Morning Wealth"


“Socratic Method” AI ชวนคิดและสงสัย
Socratic Method อธิบายได้ด้วยหลักการง่าย ๆ เมื่อเราถาม AI ไปแล้วเขาจะไม่ให้คำตอบสุดท้าย เขาจะชวนเราคิด กระตุ้นให้คนถามใช้สมองทีละขั้น จนกระทั่งไปเจอคำตอบสุดท้าย สิ่งนี้เองจะเป็นตัวช่วยครูในปัจจุบัน เพราะว่าการสอน เราสอนให้เด็กคิด คำว่ารู้ไม่สำคัญเท่าคิด เนื่องจากการคิดทำให้เด็กได้ฝึกสมองไปทีละขั้น ออกกำลังกายสมอง
โลกเรากำลังถูก Disrupt เพราะการเข้ามาของ AI จริงหรือ?
ผมในฐานะคนที่พูดคุยเรื่องประวัติศาสตร์มามากมาย ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เทคโนโลยีมา disrupt เรา เพียงแต่ที่ผ่านมาเราไม่เคยคิดว่าเราถูก disrupt และเราไม่เคยถอดรหัส
สมัยผมเด็ก ๆ มีสิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่งที่ผมคิดว่ามันยิ่งใหญ่มาก ปัจจุบันขายไม่ได้แล้วครับ เขาอยู่ในมือถือเรียบร้อย สิ่งนั้นเรียกว่าเครื่องคิดเลข สมัยนั้นผมดีใจมากตอนคุณพ่อซื้อมาให้ ผมก็เลยบอกคุณพ่อว่า หลังจากนี้ผมไม่ต้องเรียนคณิตศาสตร์แล้ว เครื่องคิดเลขเก่งกว่า มันถอดรูทให้เราได้ มันบวกลบเลข 10 digits แต่โชคร้ายคือคุณครูห้ามเอาเครื่องคิดเลขไปโรงเรียน ผมได้แต่ตั้งคำถามว่าเพราะอะไร
พอผมโตขึ้นมาผมจึงเข้าใจ เพื่อนผมบางคนคำนวณเลขสองหน่วยยังไม่ได้เลย ในขณะที่เพื่อนบางคนเห็นทะเบียนรถเขาสามารถถอดสแควร์รูทได้ คนไหนเก่งกว่ากัน
คนที่ใช้เครื่องคิดเลข หรือคนที่ใช้สมองเก่งกว่า
วันหนึ่งผมมีโอกาสไปบรรยายในหัวข้อการต่อต้านชุมชนอาเซียน ระหว่างพูด เด็กๆเขาไม่มองหน้าผม รู้ไหมครับเขาทำอะไร เขากดโทรศัพท์ตลอดเวลา เขากดเพื่อตรวจเช็กว่าผมพูดผิดไหม ปัจจุบันเด็กยุคนี้เขาพร้อมตรวจสอบเรา ให้คะแนนเรา
ตัวอย่างสุดท้ายที่เชื่อมโยงกับปัจจุบันมากที่สุด ครูสอนผมมาเทือกเขาพีระมิดเป็นแบบนี้ ครูครับมันคืออะไร บางครั้งครูอธิบายอาจไม่ครบ ผมไปกดฟังรายการประวัติศาสตร์ 8 นาที เขาตอบได้ นี่คือการ disrupt ของโซเชียลมีเดียนะครับ
แนวทางการปรับใช้ AI ให้เกิดประโยชน์กับการศึกษา
1) ใช้ AI ให้ถูกหน้าที่
AI ทำหน้าที่เป็นวิกิพีเดีย ซึ่งตอนนี้อยู่ในรูปแบบออนไลน์เรียบร้อย ครูสอนอะไรเขาเช็กได้หมด เพียงแต่ AI เขาเร็วกว่าครู เพราะเขาประมวลผลจากฐานเว็บไซต์ทั่วโลก และตอบเรา
2) กระตุ้นปลุกความคิดโดยครู
Gemini บอกคำตอบแบบนี้ DeepSeek ให้คำตอบอีกอย่าง หน้าที่ของผู้สอนคือกระตุ้นผู้เรียน ให้ตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลา
ตัวอย่างที่ 1 : ชาวยุโรปชาติแรกที่เดินทางเข้ามาอยุธยาชาติอะไร ผมตอบไปเนเธอร์แลนด์ ชาวดัตซ์ ปรากฏ AI เขาตอบผมว่า โปรตุเกส ไม่มีคำตอบหนึ่งเดียวครับ อันนี้สามารถเป็นตัวสารตั้งต้นให้เด็ก ๆ เขาได้แลกเปลี่ยนกัน มันเป็นกลไกเพิ่มเติมในการกระตุ้นให้เด็กเริ่มคิด
ตัวอย่างที่ 2 : จีนมีกี่มณฑล ถ้าเป็น AI สัญชาติอเมริกัน จะได้คำตอบเป็น 22 มณฑล แต่ถ้าเป็นสัญชาติจีน 23 มณฑล คือไต้หวัน ใครถูกใครผิด ครูนำตัวอย่างนี้ไปถามนักเรียนได้เลยเขาคิดว่าอย่างไร ครูได้อีกหนึ่งบทเรียนครับ
บทบาทของครูท่ามกลางมรสุม AI
กระตุ้นให้เด็กมี Literacy
ความรู้เท่าทัน เด็กตอบแบบนี้ ถามนักเรียนหนูรู้ได้อย่างไรคะมันถูก มันมาจากไหน ทำไมอยู่ดี ๆ หนูเชื่อ เรากระตุ้นเขาได้โดยใช้คำถาม
ให้เด็กใช้ Logical thinking
ทำไมข้อนี้คนอื่นตอบ 22 อีกคนตอบ 23 การคิดเชิงตรรกะ ครูสามารถแนะนำได้นักเรียนลองคิดดูสิ นักเรียนลองคิดทำไมเขาถึงตอบแบบนั้น
สร้างแรงบันดาลใจ Inspiration
ถ้าเด็กไปหา AI เพียงแค่ต้องการทำงานส่งครูได้ นั่นไม่ใช่การศึกษา ครูทั่วไปได้แค่สอน แต่จะดีขนาดไหนถ้าครูเริ่มคิดว่าเรามีเพื่อนคนใหม่ชื่อว่าปัญญาประดิษฐ์
ทำให้เด็ก ๆ สนุกกับการเรียนรู้
ในขณะเดียวกันเด็กใช้แบบแก่น ๆ อาจไม่ช่วย แต่ควรจะผสมผสาน integrate เข้ามาให้เด็กมีความสนุกกับการเรียนรู้ เด็กได้คำตอบมา เรานำมา discuss ในห้องกัน แชร์ซึ่งกันและกัน ผมว่าโลกเปลี่ยน
สิ่งสำคัญมากไม่ว่าจะเป็นคุณครู นักเรียน คือ คำถาม “โลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยคำถามที่ถูกต้อง” ถ้าท่านกระตุ้นให้คนถามคำถาม ส่วนคำตอบที่ได้เขาจะเอามาจากไหนนั้นไม่เป็นไร เราเอามา discuss กันได้ ผมชอบประโยคนี้ “ถึงแม้จะ out of context หน้าที่การศึกษาไม่ใช่แค่สอนความรู้ แต่คือการปลูกเมล็ดพันธ์ุ curiosity ความอยากรู้อยากเห็น”






soi cầu mb là thứ mình hay nghía mỗi ngày cho kịp trước lúc có kết quả. Thường thì mình xem thêm phần dự đoán xsmb, rồi lật qua mấy thống kê như lô gan hay lô xiên để tự so lại xem dạo này con nào hay quay lại. Trong nhóm mình cũng có người bảo cứ thử đối chiếu XSMB, Rồng Bạch Kim với dữ liệu lịch sử, nếu số liệu ổn thì nhìn tần suất sẽ rõ ràng hơn, đỡ kiểu đoán đại. Mình thấy dự đoán xổ số miền Bắc không phải chỉ dựa vào hên xui, mà nên ghép cầu bạch thủ với dàn đề để sàng lọc cho dễ chọn. Mình hay tham khảo…
Mình mua xổ số kiểu cho vui là chính, coi kết quả như một thói quen giải trí chứ không đặt nặng chuyện phải trúng to. Trước đây nghe bạn bè bàn tán về “cầu” với “dàn” nhiều quá nên mình cũng tò mò thử theo dõi, xem có gì hay ho không. Theo một thời gian thì đúng là đôi lúc thấy vài dạng số lặp lại làm mình chú ý, nhưng mình vẫn nghĩ phần lớn là ngẫu nhiên. Mỗi lần đọc mấy nhận định, mình hay ghi lại vài ý rồi vài hôm sau mở ra so lại, để xem có phải mình đang tự “ảo tưởng” không. Có hôm trúng chút thì vui, nhưng cũng không…