top of page

นวัตกรรม Kids สร้างเมือง BKK : ปฏิบัติการร่วมมือรวมพลังเด็กปฐมวัย โรงเรียนสามเสนนอก

16 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที

เจ้าของนวัตกรรม

  1. เด็กปฐมวัยในระดับชั้นอนุบาลศึกษาชั้นปีที่ 1/2 (อายุ 3 - 4 ปี)

ครูที่ปรึกษา

  1. นายณัฐพงศ์ รักการษ์

  2. นางสาวอรจิรา ชื่นปรีชา

  3. นางสาวทัศพร สิงห์ศรี


ประเด็นที่ 1 : จุดเริ่มแรงจูงใจในการพัฒนานวัตกรรมชิ้นนี้

ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครมีสภาพแวดล้อม เหตุการณ์ สถานการณ์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ วัน ทุก ๆ ช่วงเวลา ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผู้ศึกษานิยามว่า “ปรากฏการณ์ความเป็นเมือง : Urban Phenomenon” เช่น ตึกถล่ม น้ำท่วม แผ่นดินไหว ฝุ่น PM 2.5 กราดยิงในโรงเรียน เป็นต้น ซึ่งปรากฏการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตของเด็กปฐมวัยทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยที่ปรากฏการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้มีทั้งด้านดี ข้อจำกัด และด้านเสีย จึงเป็นสิ่งที่ผู้พัฒนาได้ลงความเห็นร่วมกันว่า เด็กปฐมวัยในฐานะ “พลเมืองของกรุงเทพมหานคร” และเป็นรากฐานของทรัพยากรทางมนุษย์ที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่จะเตรียมความพร้อมให้กับเด็ก ๆ ให้ได้รับการพัฒนาทักษะ ความสามารถ เพื่อก้าวไปสู่การเป็น “นวัตกรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง : Innovator” ที่มีประสบการณ์ มีความพร้อมที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันให้สอดคล้องกับช่วงวัย ซึ่งหากเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่คาดคิดแบบนี้ เด็ก ๆ ก็จะสามารถดึงประสบการณ์เดิมออกมาประยุกต์ใช้ให้สามารถเอาตัวรอดหรือพร้อมปรับตัวให้สอดคล้องกับทุกการเปลี่ยนแปลงได้


ประเด็นที่ 2 : ไอเดียการพัฒนา กระบวนการพัฒนามีลำดับขั้นตอนใดบ้าง

จากการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัยในระดับชั้นอนุบาลศึกษาชั้นปีที่ 1 (อายุระหว่าง 3 - 4 ปี) ด้วยเครื่องมือ DSPM (คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย) พบว่าพัฒนาการด้าน PS (ด้านการช่วยเหลือตนเองและด้านสังคม) มีผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ “สงสัยล่าช้า” มีจำนวนเด็กปฐมวัยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลการประเมินด้าน PS นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะทางด้านอารมณ์และสังคม ผู้พัฒนาวิจัยจึงดำเนินการวิเคราะห์พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กในช่วงอายุนี้เพิ่มเติม ซึ่งสอดคล้องกับผลการประเมินด้วย จึงลงความเห็นร่วมกันว่าควรส่งเสริม พัฒนา และเตรียมความพร้อมของเด็กปฐมวัย จึงนำไปสู่การเชื่อมโยงนโยบายทางการศึกษาในระดับอนุบาลศึกษาของสังกัดกรุงเทพมหานคร พบว่ามีนโยบายที่สนับสนุนการพัฒนาทั้ง 4 ด้าน ซึ่งรวมไปถึงพัฒนาการด้านอารมณ์ - จิตใจ และสังคม ที่รวมถึงการช่วยเหลือตนเองและสังคมของเด็ก ซึ่งก็คือการพัฒนาทักษะทางสมองส่วนหน้า (EF) ควบคู่กับการพัฒนาตัวตน (Self) และอัตลักษณ์ผู้เรียนแห่งมหานคร (รู้หน้าที่ มีจิตสาธารณะ รักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นนวัตกรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง) ผสานการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างมีความหมาย (Play-based Learning) ร่วมกับการที่ผู้พัฒนาเชื่อมโยงกับหลักการ เอ๊ะ อ๋อ โอเค พลัส ในรูปแบบ Bangkok Learning City ในบริบทของกรุงเทพมหานคร ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ช่วงเวลา

จึงเกิดการบูรณาการแนวคิดการเรียนรู้แบบ Makerspace ด้วยกระบวนการ STEAM Design Process ผสานกับแนวคิดขั้นตอนการเรียนรู้ในรูปแบบปรากฏการณ์เป็นฐาน Phenomenon-based learning (PhenoBL) ในลักษณะของบริบทการดำเนินชีวิตและทักษะชีวิตของเด็กปฐมวัย จากการเรียนรู้องค์ประกอบของเมือง (Urban) โดยใช้หลักการของ Loose Parts Play และทักษะการใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งสามารถสังเคราะห์ขั้นตอนในการจัดกิจกรรมเรียนรู้แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่

  • ขั้นที่ 1 การเลือกปรากฏการณ์ความเป็นเมืองที่สนใจ

  • ขั้นที่ 2 การตั้งคำถามร่วมกับการระดมความคิดเพื่อสืบเสาะแก้ปัญหาร่วมกัน

  • ขั้นที่ 3 เล่นสร้างรู้เพื่อค้นหาคำตอบการเรียนรู้ร่วมกัน

  • ขั้นที่ 4 นำเสนอผลการเรียนรู้ร่วมกัน

โดยใช้ทักษะร่วมมือรวมพลังในการสร้างประสบการณ์ องค์ความรู้ เพื่อค้นหาคำตอบการเรียนรู้ร่วมกัน โดยประกอบไปด้วย 4 ทักษะ ได้แก่ 1) ทักษะการเจรจาต่อรอง 2) ทักษะการทำตามข้อตกลง 3) ทักษะการทำงานร่วมกันอย่างมีเป้าหมาย และ 4) ทักษะการเรียนรู้ร่วมกันด้วยการคำนึงถึงผู้อื่น เพื่อส่งเสริมให้เด็ก “เป็นเจ้าของการเรียนรู้ร่วมกัน” ที่นำไปสู่การเป็น “นวัตกรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” ด้วยการสร้างสรรค์ผลงาน ชิ้นงาน หรือสิ่งประดิษฐ์ ที่สะท้อนถึงการค้นหาคำตอบการเรียนรู้จากปัญหาหรือคำถามการเรียนรู้ ในฐานะ “พลเมืองของกรุงเทพมหานคร” ที่มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์เมืองให้สอดรับกับ Bangkok Learning City เมืองแห่งการเล่น และเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต

โดยระหว่างศึกษาและพัฒนานวัตกรรมนั้น ผู้ศึกษาพบปัญหาในเรื่องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “ปรากฏการณ์ความเป็นเมือง” ที่จำเป็นต้องจุดประกายการเรียนรู้ให้กับเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ ผู้ศึกษาจึงปรับวิธีการนำเสนอการเรียนรู้ให้กับเด็กเป็นการจำลองสถานการณ์การเรียนรู้ ที่ช่วยให้เด็กเห็นภาพ เห็นของจริงที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงมากขึ้น จึงทำให้เด็กสามารถเลือกปรากฏการณ์ความเป็นเมืองที่สนใจด้วยตัวเองได้ และการเตรียมความพร้อมของเด็กปฐมวัยในการใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งผู้ศึกษาได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมของตนเองในฐานะต้นแบบในการใช้งานอย่างถูกต้องและสร้างสรรค์ หลังจากนั้นเปิดโอกาสให้เด็กใช้ผ่านการพูด (Voice) ลงบนแอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ ร่วมกันกับการควบคุมดูแลของครูในฐานะผู้อำนวยการเล่น


ประเด็นที่ 3 : ผลลัพธ์/ประโยชน์ Feedback ผลจากผู้ใช้นวัตกรรม

ผลการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษานี้สามารถส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวม โดยแบ่งออกเป็นประเด็นย่อยดังนี้

ด้านที่ 1) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรม ช่วยกระตุ้นให้เด็กปฐมวัยขยายขอบเขตการเรียนรู้จากผลงานที่ออกแบบไว้ทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม ไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ผ่านการสร้างภาพ วิดีโอ และสถานการณ์จำลองด้วยปัญญาประดิษฐ์ เด็กจึงมีโอกาสร่วมกันสนทนา อธิบายผลงาน ใช้เหตุผลในการตัดสินใจ ปรับปรุงชิ้นงาน และนำไปทดลองใช้ในสถานการณ์ที่กำหนดร่วมกัน อันส่งเสริมการคิดแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานร่วมกันอย่างมีเป้าหมาย

ด้านที่ 2) สามารถส่งเสริมการเล่นอย่างมีความหมาย ผสานกับการเชื่อมโยงโลกแห่งความเป็นจริงให้เข้ากับโลกเสมือนจริง เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะเด็กปฐมวัยให้สอดคล้องกับเมืองแห่งการเรียน (Bangkok Learning City) พร้อมกับการส่งเสริมให้ครูปฐมวัยเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการส่งเสริมการเรียนรู้การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อเป็นการยกระดับอัตลักษณ์ผู้เรียนแห่งมหานครให้พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงตามยุทธศาสตร์ของการพัฒนาเด็กปฐมวัย

และด้านที่ 3) เด็กปฐมวัยได้รับการส่งเสริมการเป็น “นวัตกร” จากการใช้ความสามารถในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องเรียนนำไปต่อยอดสู่ชีวิตจริงด้วยการนำประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ด้วยปรากฏการณ์ความเป็นเมือง มาเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ ผสานการตั้งคำถาม หรือปัญหาการเรียนรู้ ผ่านการเล่นอย่างมีความหมาย การเล่นสร้างสรรค์ด้วยวัสดุปลายเปิด การเล่นอิสระ การเล่นแบบชี้แนะ และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ ผ่านการสร้างสรรค์ผลงาน ชิ้นงาน และสิ่งประดิษฐ์


ประเด็นที่ 4 : แนวทางการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมในอนาคต

การพัฒนานวัตกรรมให้ขยายผลส่งต่อไปยังทุกระดับการศึกษาของการศึกษาปฐมวัย ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลศึกษาชั้นปีที่ 1 - 3 ครอบคลุมทุกช่วงวัย (อายุ 3 - 6 ปี) โดยที่ “ปรากฏการณ์ความเป็นเมือง : Urban Phenomenon” สามารถบูรณาการให้สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยทุกช่วงชั้น และต่อยอดแนวคิดการจัดการเรียนรู้สู่ระดับชั้นขั้นพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมการเป็น “นวัตกรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” พร้อมกับการต่อยอดผลงาน ชิ้นงาน และสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ “ปรากฏการณ์ความเป็นเมือง : Urban Phenomenon” มาพัฒนาต่อยอดให้สามารถใช้ได้จริง


รูปภาพนวัตกรรม

ภาพตัวอย่างกระบวนการเรียนรู้

ภาพตัวอย่างผลการเรียนรู้

ภาพตัวอย่างร่องรอยการเรียนรู้

ภาพตัวอย่างผลการเรียนรู้

ภาพตัวอย่างผลงานนักเรียน


 
 
 

ความคิดเห็น


FutureEd Fest

@กรุงเทพมหานคร

© 2026 by Starfish Education.

Contact

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม  โปรดติดต่อเรา

โทรศัพท์ : 085-744-5994 (คุณเก่ง)

อีเมล : hello@futureedfest.com

bottom of page